ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ
แหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่น
วัดหนองปรง
พิพิธภัณฑ์ไทดำปานถนอม
  ความเป็นมาของไทยทรงดำ

เรามาจากประเทศเวียดนามเหนือ เมืองแถงหรือเดียนเบียนฟู แล้วให้เราไปอยู่ที่ใกล้ทะเล พวกไทยดำไม่ชอบทะเล ชอบอยู่ใกล้ภูเขา ก็อนุญาตให้เรามาอยู่ที่เขา ที่หนองปรงเป็นแห่งแรก แห่งแรก ในที่นี้หมายถึงว่าลงหลักปักฐาน มีคำพรรณนาว่า หนองเล้าคือหนองปรง “หนองเล้าคือดินแดนเก๋าเฮื่อ มะเขือหนาม” หมายความว่า ดินแดนมันแห้งแล้ง ถ้ามีมะเขือ มะเขือก็มีหนาม เราอพยพมาได้ 229 ปี ตั้งแต่สมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี ปัจจุบันนี้ไทยดำอยู่ที่หนองปรงมากที่สุดอยู่ทั่วประเทศมีประมาณ 40 จังหวัด ใต้สุดจังหวัดสุราษฎร์ธานี เหนือสุดก็จังหวัดเลย มีประชากรไทดำประมาณ 2 ล้านคน 

ชาติพันธุ์ของไทดำ

ไทยทรงดำจะมี 2 ชนชั้น ผู้ต้าว (ชนชั้นปกครอง-ผู้นำ) กับ ผู้น้อย (สามัญชน) พวกตระกูลไท ก็จะมีไทดำ ไทแดง ไทขาว ไทลื้อ มีอีกมาก แต่ก็มีความเหมือนและความแตกต่างกันแต่ละชาติพันธุ์ ไทยทรงดำมีความเป็นไทยมากที่สุด เหมือนคนไทยภาคกลางมากที่สุด หลวงวิจิตรวาทการกล่าวไว้อย่างนั้น ไทยทรงดำ คือไทดำที่เกิดในประเทศไทย แต่ถ้าไทดำแล้วตามความหมายที่พวกเราตั้งกันขึ้นก็คือ ไทดำที่อยู่ต่างประเทศ ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น อเมริกา แต่ไทดำที่เกิดในประเทศไทยเป็นไทยทรงดำที่มีความสุขที่สุด ตัวชี้วัดคือการที่เราไปรำแคนกันตลอดเดือนเมษายน จะไปเที่ยวรำกัน คดีอาชญากรรมสืบได้เลยถ้ามีไทยทรงดำอยู่ที่ไหน คดีอาชญากรรมจะมีน้อยที่สุด 

กะเหล็บสุดยอดงานหัตถศิลป์ไทยทรงดำ

อ่องข้าวกับแอ่บข้าว (ภาชนะใส่ข้าว) ไม่เหมือนกัน อ่องข้าว คือภาชนะใส่ข้าวที่ขุดหรือแกะจากไม้ แอ่บข้าว ก็คือ ภาชนะใส่ข้าวที่ใช้สาน หรือกระติ๊บ พอเอากะเหล็บไปเขาก็เรียกเอากระติ๊บข้าวมา กะเหล็บก็คือ กระเป๋า เป็นเอกลักษณ์ของไทดำ..ทรงให้ช่างสานกะเหล็บด้วยเงิน เวลามีงานศิลป์แผ่นดิน พระองค์ท่านทรงนำมาอวด จุดสวยอยู่ตรงปากกะเหล็บ เป็นลายก้างปลาช่อน “ชายใดสานกะเหล็บได้ควรออกเรือน” ครั้งแรกต้องฝั้นเชือกวัวเชือกควายก่อน แล้วทำข้อง ทำเครื่องดักกบแล้วจึงทำกะเหล็บถือว่าสุดยอด ขมุกนี้ก็ยังไม่เท่าไหร่ ขมุกคือภาชนะที่ใส่เสื้อผ้า

วัฒนธรรมประเพณี

ประเพณีเราก็ยังเหนียวแน่นมาก เพราะว่าที่นี่เป็นหมู่บ้านใหญ่ หมอพิธีกรรมก็มีหาได้ และก็มีจุดยืนรักษาอัตลักษณ์ของตนเองด้วยความภาคภูมิใจ จังหวัดอื่นๆเริ่มจะปนเปื้อนเลอะเทอะ แล้วก็อยากฝากเรื่องนี้กับไทดำด้วย ไทยทรงดำเป็นคนมักน้อย สงบเสงี่ยม อย่างการตกแต่งลายเสื้อลายดอกสวยๆ เราก็จะซ่อนไว้ข้างใน ติดดอกไม้ที่ผมเราก็ติดหลังปั้นเกล้า การเอาออกมาอวดมากๆ เอาเสื้อลายเต็มพร้อยไปหมด นั่นเป้นการแสดง แล้วในวิถีชีวิตเราเริ่มเอามาใช้ ซึ่งมันขัดกับนิสัยของโซ่ง ของไทดำ

ประเพณีเด่นชัดก็คือเสนเรือน เลี้ยงผี (บรรพบุรุษ) ต้องเลี้ยงทุกครอบครัว แต่เมื่อก่อนนั้น 3 ปี 5 ปี เสนครั้งหนึ่งเดี๋ยวนี้ก็ขยับไปเป็น 7 ปี 10 ปี ทั้งนี้เพราะว่าค่าครองชีพมันสูงขึ้น นอกจากเสนเรือนแล้วก็มีประเพณีรำแคน “ อิ้นก๊อนฟ่อนแก๊น” ( โยนลูกช่วง ฟ้อนแคน) เมื่อประมาณ พ.ศ. 2490 เราเริ่มไปรำแคนกันจากเพชรบุรีไปสุพรรณบุรี นครปฐม ชุมพร พิจิตร “ไปสืบหาแนวแสวหาหว่า” หมายความว่าสืบค้นเชื้อสายต้นตระกูลไปรวมตัวไทดำกัน ไปรำกันเดือนเมษายนจะกำหนดไว้ที่ตำบลหนองปรงวันที่ 10 เมษายน ที่ตำบลทับคางวันที่ 18 เมษายน โดยจะใช้บริเวณวัดหรือสถานที่สาธารณะ แต่ละหมู่บ้านก็จะมีสถานที่ของตัวเอง

เราก็จะไปมีความสุข ร้องรำทำเพลง นักวิชาการก็จะว่าทำให้เรามัวแต่ร้องรำทำเพลง แต่จริงๆแล้วมันเป็นการส่งเสริมคุณธรรมให้คนเต็มเปี่ยม ไทยทรงดำจะเป็นฆาตรกรโหดร้ายใจทมิฬเชือดเฉือนไม่มี อิทธิพลของการร้องรำทำเพลงเป็นชาติพันธุ์เจ้าบทเจ้ากลอน มีดนตรีในหัวใจ 

ความยากลำบากกับงานวัฒนธรรม

จริงๆ แล้วโดยหลักการ พวกไทดำนับถือผู้นำ โดยเฉพาะ ข้าราชการ “ท้าวพญามีวาจาเป็นอาวุธ” ถ้าบุคคลเหล่านี้เอาใจใส่คอยเติมเต็ม คอยชี้แนะ เขาก็พร้อมที่จะทำตามขณะนี้ที่เลอะเทอะเปรอะเปื้อนเสื่อนไหลไป ก็เพราะทำอย่างที่เขาอยากทำ พวกที่เป็นเจ้านายข้าราชการผู้ดูแลก็ไม่มีความรู้ลึกซึ้ง ที่จะไปบอกจะไปขอความร่วมมือ ก็เลยเป็นไปในรูปนี้ ส่วนตัวเองมีจุดยืนเป็น 1 ใน 100 อีก 99 เขาก้าวไม่ทันเรา จึงเกิดกระแสต่อต้านก็มี แต่เมื่อถึงจุดนี้สังคมยอมรับ ก็เพราะมีหลักการปฎิบัติตามครรลองที่ควรจะเป็น ก็ถือว่าประสบผลสำเร็จในการจรรโลงความงดงามด้านวัฒนธรรม

ทำงานวัฒนธรรมต้องจนต้องทำด้วยหัวใจและจิตวิญญาณแต่เดี๋ยวนี้หาคนทำยาก 1 ใน 100 เท่านั้นมองแต่ผลประโยชน์ แต่ตัวเองเอาผลประโยชน์ไว้ข้างหลัง เมื่อเร็วๆนี้มีคนมาเที่ยวชม ก็บอกว่ามาเถอะไม่คิดเงินหรอก เพราะในแผ่นพับเขียนว่ามาบ้านอาจารย์ถนอมต้องเสีย 50 บาท เขามาก็เรี่ยไรให้ได้พันกว่าบาทดีใจไม่เคยเจอ กินกัน 2 มื้อ เหลือ 70 บาท อยากกินกบทอด ก็ไปซื้อกบทอดมากินกันอย่างที่มาโชว์เมื่อสักครู่เขาต้องมานั่งปั้นเกล้าต้องเสียค่าสเปรย์ เขาก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะได้สิ่งตอบแทน เราทำด้วยหัวใจและจิตวิญญาณ คำนนี้ได้มาเมื่อเร็วๆนี้ตอนไปศูนย์มนุษวิทยาสิรินธร พวกบ้าๆพวกวัฒนธรรมนี่ทำด้วยจิตวิญญาณ เราเองขี่รถจักรยานยนต์เก่าๆสีน้ำเงิน เรามีเงินล้านไปซื้อรถมาก็ได้ แต่จะมาทำวัฒนธรรมมีเงินก็ซื้อมา ครูถนอมซื้อมาต้องแพง เพราะเพื่อนบ้านจนกว่าเรา ก็ 1 ใน 100 เหมือนกันที่จะให้ฟรีๆ อ่องข้าวใบนั้นได้มาเร็วๆ นี้ พวกคุณเป็นคนที่ 2 ที่ได้เห็น 

การกลืนหายทางวัฒนธรรม

แนวโน้มต้องเปลี่ยน เป็นสัจธรรมของโลกต้องเปลี่ยน ถ้าเราปลูกฝังด้วยการศึกษา ให้เขาได้ภาคภูมิใจในชาติพันธุ์หรืออัตลักษณ์ก็จะเปลี่ยนช้า แต่เท่าที่เปิด Internet ดู มันพราวพร้อยเพริดไปหมด แม้กระทั่งไทดำก็ขาดจุดยืน เพราะว่าเราไม่ได้ให้ข้อมูลให้การศึกษาตั้งเต่เด็กๆ แต่ตอนนี้ก็ยังไม่สาย พยายามรณรงค์ในเรื่องจุดยืนจุดเด่นอัตลักษณ์ พวกที่ทำงานวัฒรธรรมก็คือพวกรากหญ้า ชาวบ้านก็ไม่มีหลักการจะสืบสาน ก็ทำอย่างที่ใจปรารถนายากจะทำก็เลยต้องเปลี่ยน ที่หนองปรงได้รับการยกย่องจากสังคม และนักวิชาการ เพราะเรามีจุดยืน ก็โดยตัวเองเป็นครู ทางราชการส่งไปอบรมบ่อยๆ ก็เข้าใจว่าหลักการที่ถูกต้องการสืบสานวัฒนธรรมที่ถูกรูปแบบทำอย่างไร ทำให้มีความมั่นใจรู้หลักทฤษฏีแล้วนำมาปฎิบัติ ส่วนคนอีกหลากหลายไม่มีโอกาสดี ก็รักษาประเพณีไปตามรูปแบบของเขาบางครั้งแทนที่จะเป็นการอนุรักษ์กลายเป็นการทำลายได้โดยไม่ตั้งใจ
การสืบสานวัฒนธรรมไทยทรงดำ

หาผู้สืบวัฒรธรรมต้งอโน้มน้าวจิตใจลูก เราต้องมีกินก่อน ลูกยังไม่ร่ำรวย แม่ก็ไม่มีทรัพย์ไว้ให้ สร้างหนี้ไว้ให้อีก ถ้าเข้ามาทำตรงนี้มันไม่ได้ทรัพย์ บังเอิญว่าตัวเองเกษียณแล้ว ทำพิพิธภัณฑ์ 10 ปี พอดี 2 เมษายน 2552 10 ปีพอดี 2 เมษายน วันพระราชสมภพสมเด็จพระเทพรรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ก็เลบทำพิพิธภัณฑ์ เมื่อก่อนทำบนบ้าน พอแม่ตายก็แบ่งบ้านกัน ไปเอากะล่อมข้าวมาทำพิพิธภัณฑ์ นักศึกษาก็มาค้าง 2 ห้องนี้ต้องการความรู้ด้านไหน ก็เชิญผู้รู้มานั่งคุยกัน พอนักศึกษาไปก็ยกมือไหว้ขอบคุณไม่เห็นให้เงินค่าน้ำค่าไฟ บางครั้งพอมาก็ใส่ซองให้ ตัวเองก็จะดูแลอาหารดูนั่นดูนี่ ซื้อมาทำกินกัน

นอกจากนี้อาจารย์ถนอมยังได้เล่าถึงความเชื่อ เรื่องเต่าของไทยดำ ที่เล่าขานกันมาแต่โบราณกาล โดยเรื่องมีอยู่ว่า มีเต่าตัวหนึ่งกำลังเดินต้วมเตี้ยมเพื่อจะไปหาอาหารกิน แต่ก็ต้องเผชิญกับขอนไม้ใหญ่ที่ขวางหน้าไม่สามารถเดินต่อไปได้ เต่าพยายามอยู่นานที่จะปีนข้ามขอนไม้นั้นไป แต่จนแล้วจนรอดเต่าก็ไม่สามารถปีนไปได้ บังเอิญมีชาวนาใจบุญเดินผ่านมาพบและเห็นเหตุการณ์เข้าพอดี ชาวนาผู้นั้นก็เข้าอุ้มเต่ายกขึ้นและวางไว้อีกด้านหนึ่งของขอนไม้ เต่าก็สามารถเดินทางต่อไปเพื่อหาอาหารกินได้ เต่าตัวนั้นสำนึกในบุญคุณที่ชาวนาได้ช่วยเหลือเอาไว้ เต่าจึงได้นำความทั้งหมดที่เกิดขึ้นไปเล่าให้พญาแถนที่อยู่บนฟ้าฟัง พญาแถนได้ฟังดังนั้นก็เห็นว่า ชาวนาผู้นี้ช่างมีจิตใจดีงามช่วยเหลือแม้กระทั่งสัตว์ที่ต่ำต้อยกว่า พญาแถนจึงดลบันดาลให้ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาล ชาวนาก็สามารถทำนาได้ มีข้าวกินตลอดทั้งปี ชาวนาก็ให้หวนคิดถึงเต่าที่ได้นำความไปบอกพญาแถน และเพื่อเป็นการรำลึกถึงเต่า ชาวนาจึงได้สร้างบ้านให้มีหลังคารูปทรงกระดองเต่า อันเป็นรูปทรงบ้านเรือนไทยทรงดำตั้งแต่นั้นมา

การสืบค้นหาถึงความเป็นมาของแต่ละเผ่าพันธุ์ ก็เพื่อให้ได้รู้ถึงรากเหง้าแก่นแท้ของบรรพบุรุษที่มีที่มาต่างๆกัน และในปัจจุบันผู้ที่ต้องสืบเชื้อสายเหล่านั้น จะรักษาความเป็นตัวตน อัตลักษณ์ของชนเผ่าให้ดำรงอยู่ต่อไปได้อย่างไร แต่สิ่งที่จะต้องตระหนักก็คือ ความแตกต่างทางเชื้อชาติไม่อาจสลายความเป็นชนชาติไทยไปได้ ความสมัครสมานสามัคคีของชนในชาติย่อมอยู่เหนือสิ่งอื่นใด เพื่อปกปักรักษาความเป็นไทยให้คงอยู่ตลอดไป

ขอขอบพระคุณ   ....อาจารย์ถนอม คงยิ้มละมัย....

พิพิธภัณฑ์ปานถนอม ไทยทรงดำ บ้านหนองจิก ตำบลหนองปรง อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี
 โทร. 032-446444 ,031-7917661
องค์การบริหารส่วนตำบลหนองปรง อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี
ศูนย์วัฒนธรรมไทยทรงดำ ตำบลเขาย้อย อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี
 โทร. 032-562153
คณะอาจารย์และนักเรียนโรงเรียนเขาย้อยวิทยา จังหวัดเพชรบุรี